DO YOU LOVE ME ? รักกันบ้างไหม
posted on 07 Nov 2010 21:27 by prakyejee in SF
รักกันบ้างไหม Do you love me?
ชเวมินโฮ นักเลงและนักรักประจำโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่ง กิติศัพท์ความร้ายกาจของเขาเป็นที่หวาดกลัว
ต่อนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนเป็นอย่างมาก คณะกรรมการนักเรียนรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก หากว่าต้องไปจัดการ
เรื่องที่เกิดขึ้นโดย ชเวมินโฮคนนี้
“อาทิตย์นี้เวรใครคุมหน้าประตูโรงเรียน” อีจินกิหรือนยู ประธานนักเรียนคนเก่งเอ่ยถาม
“พี่คีย์ฮะ” อีแทมินเลขานุการของประธานคนเก่งเอ่ยขึ้น
“อ่อ บอกคีย์ให้ระวังตัวด้วยนะ อย่าเผลอไปมีเรื่องกับชเวมินโฮเป็นอันขาด”
“ฮะ พี่อนยู” แทมินรับคำ ก่อนจะเดินไปหารุ่นพี่หน้าหวานที่กำลังจัดเอกสารลงแฟ้มอย่างขะมักขะเม้น
“มีอะไรเหรอแทมิน” คีย์เงยหน้าจากงานดังกล่าวถาม
“พี่อนยูให้มาเตือนว่าอย่าไปทะเลาะกับชเวมินโฮเด็ดขาดฮะ”
“เหอะ! นายนั้นเป็นใครกัน จะมาใหญ่กว่ากฎโรงเรียนก็ให้มันรู้ไป” เอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวอีกฝ่าย
“แต่ที่แทมินบอกมันจริงนะคีย์” จียองเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มีดีกรีถึงรองประธานนักเรียนเอ่ยเตือนอีกคน
“ทำไมถึงมีแต่คนกลัวหมอนั้น แม้แต่พี่อนยู” เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“พี่ไม่รู้อะไรนะซิค่ะ นายนั้นนะ ปีศาจชัดๆ เพื่อนหนูเกือบโดนนายนั้นลวนลามด้วย ดีที่พี่ยงฮวากับพี่จองชินไป
เจอเข้าเสียก่อน” ฮยอนอาเพื่อนรุ่นเดียวกับแทมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“ชักอยากรู้จักแล้วซิ” คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทาย
หลังจากที่ประชุมกันเสร็จแล้วคีย์จึงเดินยืนคุมเวรหน้าประตูโรงเรียน รอเวลาแปดนาฬิกาตรงจึงสั่งให้ยามปิด
ประตู ขณะที่กำลังเดินหันหลังกลับเข้าไป ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างลอยข้ามหัว จึงเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับชาย
หนุ่มร่างสูง ที่กระโดดข้ามหัวเขาไป ก่อนจะลงสู่พื้นอย่างสวยงาม แล้วเดินเข้าไปในโรงเรียนอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“นาย! นายเสาไฟฟ้า!!” มินโฮทำหูทวนลม กับเสียงเรียกของอีกฝ่าย ทำให้คีย์ต้องเดินมาดักหน้าอีกฝ่ายแทน
“ฉันเรียกนายนะ! ทำไมไม่หยุด” ถามด้วยความโมโห
“ฉันมีชื่อ ไม่ได้ชื่อนายหรือเสาไฟฟ้าแบบที่นายเรียก” ตอบอีกฝ่ายอย่างไม่ยะหรี่
คีย์เหลือบมองป้ายชื่อที่อก ‘ชเวมินโฮ’ อ่อ นายนี้เองที่ใครๆ ทั่วทั้งโรงเรียนต่างเกรงกลัว
“อ่อ ชเวมินโฮ บุคคลหมายเลขหนึ่งที่เหล่าคณะกรรมการหมายหัวเอาไว้นั่นเอง”
พร้อมกับมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ดูเหมือนนักเรียนธรรมดาทั่วไปนิ ไม่เห็นจะมีรังสีอำมหิตอะไรเลย
“อย่ามาใช้สายตาแบบนั้นมองฉัน” เอ่ยเสียงเย็น
“นายมาสายกรุณาไปยืนรวมกลุ่มกับเพื่อนนักเรียนตรงโน้น”
ว่าแล้วก็ยกมือชี้ไปยังกลุ่มนักเรียนที่ยืนเข้าแถวรอการเช็คจากคณะกรรมการนักเรียน
“เหอะ! นายเป็นใครกัน ขนาดอาจารย์ยังบังคับฉันไม่ได้เลย นายเนี้ยนะจะมาสั่งฉัน” พลางจ้องหน้าอีกฝ่าย
“ฉันก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียนนี้แหละ” จ้องอีกฝ่ายตอบ
มินโฮไล่สายตาดูชื่อบนอกเสื้อ ‘คิมคิบอม’ ก่อนไล่สำรวจใบหน้าอีกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน นายนี้ขาวดีแหะ หึ!
ลองเล่นด้วยสักหน่อยก็ได้
“งั้นก็นำไปซิ”
คีย์งุนงงกับอาการอีกฝ่ายทันที ที่กลับคำเสียดื้อๆ อะไรเนี้ย เมื่อกี้ยังค้านหัวชนฝาอยู่เลย
ทำไมตอนนี้ตอบรับง่ายจัง
“จะมองหน้าฉันให้เลขมันขึ้นเลยไหม เดินนำไปซิ”
“เออ! ตามมา” แล้วจึงพานักเรียนเกเรอันดับหนึ่งของโรงเรียนไปเข้าแถว
“โอ๊ะ! ชเวมินโฮยอมมาเข้าแถวมาสายด้วย สงสัยวันนี้ฝนจะตกแหะ”
คิมจงฮยอนเพื่อนห้องเดียวกันกับร่างสูงเอ่ยแซว เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบมาสาย แต่ในหลายเหตุผลเหล่านั้น
มีเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอย่างจงฮยอนมาสายนั่นก็คือการได้เจอหน้าคณะกรรมการนักเรียนร่างเล็ก ที่เป็นรุ่นน้อง
เขาหนึ่งปีที่ชื่อ ‘แทมิน’ นั่นเอง
“ทำไม คนอย่างฉันจะยอมทำตัวเป็นคนดีบ้างไม่ได้หรือไง” เอ่ยตอบเพื่อนร่างหนา
“อย่าคุยกัน! ” แทมินที่มาช่วยคีย์เช็คชื่อคนมาสายเอ็ดเอา
“ครับ น้องแทมิน พี่จะปิดปากเงียบเลย” จงฮยอนเอ่ยแซว
แทมินได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่าย ก่อนจะจดชื่อคนอื่นๆต่อ
“มึงยังจีบไม่ติดอีกเหรอว่ะ บอกว่าให้ฉุดก็ไม่เชื่อ” มินโฮเอ่ยกับผู้เป็นเพื่อนเบาๆ
“กูไม่หล่อเหมือนมึงนะครับ ที่พอมองแล้วสาวๆ หนุ่มๆ?? จะมาสยบแทบเท้าน่ะ แล้วอีกอย่างคนนี้กูจริงจังโว้ย
ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป”
“เหอะ! ระวังเถอะมึง หมาคาบไปแดกแล้วจะรู้สึก”
“เออ ว่าแต่มึงเถอะ ทำไมวันนี้ยอมมาเข้าแถวว่ะ ปกตินี้ทำยังไงมึงก็ไม่มา”
“กูมีที่หมายใหม่แล้วว่ะ มึงรู้จัก คิมคิบอมคนนั้นไหม”
แล้วก็พยักพเยิดหน้าไปทางหนุ่มหน้าหวานที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น
“อืม แต่รู้สึกว่ารายนั้นจะเล่นยากว่ะ”
“มันก็ต้องลองดูโว้ย”
หลังจากโดนเช็คชื่อมาสายแล้ว มินโฮกับจงฮยอนจึงเดินขึ้นอาคารเรียนไป
เวลากลางวัน
คีย์กำลังนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ คณะกรรมการอย่างสนุกสนาน
“พี่คีย์เจ๋งมากเลย รู้ไหมฮะ ทำได้ไงอ่ะ จับนายชเวนั่นมาเข้าแถว” แทมินเอ่ยชม
“ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ อยู่ดีๆนายนั่นก็บอกให้เดินนำไป” ตอบร่างเล็ก ก่อนจะคีบข้าวเข้าปาก
“แต่อย่าประมาทนะคีย์ นิ่งๆแบบนั้น อาจมีแผนอะไรอยู่ก็ได้” จียองเตือนบ้าง
“จ้า” ยกยิ้มให้เพื่อน
“นั่งด้วยคนได้ไหม” เสียงปริศนาดังขึ้น ทำให้ทั้งสามหันไปมอง ก็พบว่าเสียงนั้นคือเสียงของ ‘ชเวมินโฮ’ นั่นเอง
“เอ่อ คีย์งั้นฉันไปก่อนนะ นึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วน”
จียองรีบลุกหนีออกไปทันที เพราะนึกกลัวในกิติศัพท์ของอีกฝ่าย
มินโฮไม่รอให้เจ้าของโต๊ะเอ่ยอนุญาต กลับวางจานข้าว แล้วนั่งลงข้างๆ ทำให้จงฮยอนที่เดินตามมาต้องค่อยๆ
หย่อนก้นลงตาม
“มึง มานั่งเฉยๆ แบนี้จะดีเหรอว่ะ” กระซิบถามเพื่อร่างสูง ก่อนจะยกยิ้มแหย่ๆให้ร่างเล็กที่นั่งตรงข้ามร่างบาง
“กูขอแล้ว” ว่าแล้วก็ลงมือกินอาหารตรงหน้า โดยไม่สนใจอะไรอีก
“คนสมัยนี้แปลกนะฮะ ไม่ค่อยจะมีมารยาทกันเลย” แทมินแกล้งเอ่ยขึ้นลอยๆ
“ช่างเถอะอย่าไปสนใจเลย พี่อิ่มพอดี เราไปกันเถอะ”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืนเตรียมเดินออกไป แต่ช้ากว่ามืออีกคนที่คว้าแขนเรียวบางเอาไว้
“เดี๋ยว! นายต้องนั่งจนฉันกินอิ่มก่อน ถึงจะลุกได้” มินโฮหันหน้ามามองอีกฝ่าย
“นายเป็นใครกัน มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”
ประโยคที่ร่างสูงเอ่ยในตอนเช้าถูกคีย์หยิบยกมาพูดใส่อีกฝ่ายให้เจ็บใจเล่น
“ก็ฉันยังไม่อยากให้ไป นายก็ยังไปไม่ได้”
“ปล่อย!”
พยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม เสียงที่คีย์ตวาดใส่ร่างสูงส่งผลให้นักเรียนคนอื่นๆ
ที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองด้วยความสนใจ
“ก็บอกว่ารอฉันกินอิ่มก่อน ไม่ได้ยินหรือไง” ลุกขึ้นยืน ก่อนจะตวัดแขนโอบเอวอีกฝ่ายให้เข้ามาชิดตนเอง
แล้วหันหน้าออกมา
“ทุกคน! คิมคิบอมคนนี้ ฉันจองแล้ว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ เข้าใจนะ”
ว่าแล้วก็ปล่อยมือจากอีกฝ่ายแล้วนั่งลงกินอาหารต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน
ปล่อยให้คนทั่วทั้งโรงอาหารสงสารในชะตากรรมของร่างบาง
“นาย! กล้าดียังไงมาจองฉัน ฉันไม่ใช่สิ่งของให้ใครมาจองเล่น!!”
ตะคอกกลับก่อนจะคว้าจานข้าวของจงฮยอนราดหัวอีกฝ่ายทันที มินโฮตาลุกวาวทันทีที่น้ำแกงสัมผัสกับใบหน้า
“นี้สำหรับคนปากพล่อยๆ อย่างนาย กินให้อร่อยนะ”
ว่าแล้วก็ลากแขนแทมินที่ยืนตะลึงกับการกระทำของรุ่นพี่หน้าหวานออกไป
“อะ...ไอ้โฮ มึงโอเคนะ” จงฮยอนที่ตะลึงไม่แพ้ร่างเล็กเอ่ยออกมาเพราะนึกรู้นิสัยเพื่อน
“อืม” ยกมือลุบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำแกง และเม็ดข้าว ก่อนจะหันหน้าไปมองร่างที่เทข้าวราดหัวเขาเมื่อสักครู่
“คิมคิบอม! นายหนีฉันไม่พ้นหรอก”
ด้านคีย์ที่ลากแทมินกลับมายังห้องกรรมการนักเรียน กำลังนั่งหน้าเครียดกับการกระทำที่ขาดการยับยั้งชังใจของ
ตนไป
“พี่จะทำยังไงดีแทมิน นายเถื่อนนั่นจะตามมาฆ่าพี่ไหม”
คิดถึงสายตาตอนที่ตนเองเทน้ำแกงราดข้าวใส่หัวอีกฝ่ายแล้วนึกกลัว
“มะ...ไม่มั้งฮะ ไม่งั้นต้องตามเรามาแล้วซิ” แทมินออกความเห็นอย่างหวาดๆ เช่นกัน
“นั่นซิเนาะ พี่อาจจะคิดมากไป”
จากนั้นทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปเรียน
ตกเย็น
ข่าวที่คีย์ยกน้ำแกงราดหัวมินโฮดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโรงเรียน บ้างก็แสดงความคิดเห็นว่าสะใจที่คนอย่างนั้นโดน
ซะบ้าง บ้างก็คิดกลัวแทนคีย์ที่ไปทำแบบนั้นกับคนอย่างมินโฮ
อนยูที่ได้รับรู้ข่าวนี้เช่นจึงเดินมาหาคีย์ที่ห้องซึ่งวันนี้เป็นเวรทำความสะอาด
“พี่อนยูมีอะไรเหรอครับ”
“นายนะนาย พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับคนแบบนั้น ทำไมไม่ฟังกันบ้าง”
“ก็นายนั่น.... ช่างมันเถอะครับ คงไม่มีอะไรหรอก”
“คีย์ ที่เคยเตือนๆ เนี้ย ฟังกันบ้างไหม พี่เป็นห่วงนะ” อนยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ คีย์ก็เหมือนน้องชายเขาคน
หนึ่ง ซึ่งถ้าหากเป็นอะไรไปเขาก็คงจะยอมไม่ได้
“พี่อ่ะคิดมาก มันไม่มีอะไรหรอก” แล้วจึงหันหลังไปทำความสะอาดห้องต่อ
อนยูยืนมองอีกคนที่ทำเวรอย่างเป็นห่วง ก่อนจะเดินกลับไป
หลังจากที่กวาดพื้น ยกเก้าอี้ขึ้นหมดแล้ว ร่างบางหยิบกระเป๋าเป้ของตนพร้อมกับถือถุงขยะที่จะเอาไปทิ้ง
ระหว่างที่กำลังยืนทิ้งถุงขยะอยู่นั้น หูเจ้ากรรมก็ได้ยินเสียงประหลาด
“ปล่อยนะ! อ๊ะ...”
“อย่าดิ้นสิ อ้า......อ่า........อื้ม”
“เสียงอะไร” หันซ้ายหันขวามอง ก็ไม่เห็นอะไร จึงค่อยๆเดินเลียบหลังอาคารไปจนสุดทางเดินก็พบว่าประตูห้อง
ดนตรีที่ตอนนี้กลายเป็นห้องเก็บของไปแล้วนั้นเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ร่างบางจึงเดินไปดูใกล้ๆ แต่ภาพที่เห็นทำ
ให้คีย์ต้องยกมือปิดปากเอาไว้ เพราะมันคือคนสองคนกำลังเล่นจ้ำจี้กันอย่างเมามันส์ และหนึ่งในนั้นคือนายชเว
มินโฮที่ตอนนี้ร่างบางได้หมายเอาเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“นายนั่นมาทำอะไรแบบนี้ในโรงเรียนได้ยังไง น่าไม่อาย แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ ถูกบังคับหรือเต็มใจมา”
ร่างบางครุ่นคิด ก่อนจะเดินกลับออกมาเหมือนไม่อยากจะยุ่ง
“แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นถูกบังคับมาล่ะ จะทำยังไงดี” หยุดเดินแล้วหันกลับไปมองที่ประตูนั้นอีกครั้ง
“เอาว่ะ อย่างน้อยถ้าผู้หญิงคนนั้นสมยอมเราค่อยถอยออกมาก็ได้”
ว่าแล้วก็เดินกลับไปที่ประตูอีกครั้ง ก่อนจะกลั้นใจผลักบานประตูออก
“เฮ้ย! รังแกผู้หญิงแบบนั้นมันน่าเอาผ้าถุงมานุ่งนะ” ยืนเก๊กตะโกนออกไป ทั้งทีในใจแอบหวั่นๆ
“ช่วยด้วยค่ะ!” หญิงผู้โชคร้ายรีบผลักร่างด้านบนออกแล้วเก็บเสื้อวิ่งไปหลบข้างหลังคีย์
“ไม่เป็นอะไรแล้วนะ เอานี้ไปสวมก่อน”
ถอดเสื้อสูทของตนเองคลุมร่างอีกฝ่ายเอาไว้ หญิงสาวรีบโค้งขอบคุณก่อนวิ่งออกไป
“เหอะ! ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณคณะกรรมการหน้าหวานนี้เอง” มินโฮเอ่ยขึ้นอย่างกวนๆ ในสภาพที่ดูไม่ค่อยจะได้
นัก กระดุมทุกเม็ดถูกปลดให้เห็นหน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ตะขอกางเกงถูกปลดออกและซิปยัง
ค้างอยู่ครึ่งทาง
“นายนี้มันเลวจริงๆ ทำแบบนั้นกับผู้หญิงได้ยังไง น่าไม่อาย!” คีย์ต่อว่าอีกฝ่ายอย่างโมโห
“ก็ผู้หญิงเค้ายอม”
“ยอมที่ไหนดิ้นซะขนาดนั้น”
“ทำเป็นดิ้นไปแบบนั้นแหละ”
“ครั้งนี้ฉันจะปล่อยนายไป แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก นายได้โดนฑัณบนแน่ๆ”
พูดจบก็หมุนตัวกลับออกไป แต่ช้ากว่าอีกฝ่ายที่ดึงแขนไว้เสียก่อน
“จะรีบไปไหนล่ะ”
“ปล่อย!” พยายามสะบัดแขนออกจากอีกฝ่าย แต่ก็ไม่สำเร็จ มันมือหรือคีมเนี้ย
“นายทำอารมณ์ฉันค้างนะรู้ไหม รับผิดชอบด้วย” กระชากอีกฝ่ายเข้าไปประชิดแล้วก้มกระซิบที่หู
“อะ..ไร ค้างอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง บอกให้ปล่อยไง!” ตกใจกับการจู่โจมของอีกฝ่าย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือตวาดออกไป
“อืมม ความจริงกับผู้ชายด้วยกัน ฉันก็ไม่เคยหรอกนะ แต่หน้านายมันหวานไปทางผู้หญิง หลับหูหลับตา
จินตนาการเอาก็คงไม่ยาก” ตวัดแขนเกี่ยวเอวอีกฝ่ายแล้วยกมาวางไว้บนเบาะๆ เก่าที่ทางโรงเรียนไม่ใช้แล้ว
“นายจะทำอะไร ปล่อยนะ!” คีย์ที่เริ่มรู้ชะตากรรมตนเองว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรก็โวยวายและดิ้นทันที
“จุ๊ๆ อย่าดิ้นให้เปลืองแรงเลย ยังไงๆ นายก็ไม่มีทางรอด” เอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อร่าง
บางออก
“นะ...นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ถ้านายโกรธเรื่องที่ฉันเอาน้ำแกงราดหัวนาย ฉันขอโทษ”
เมื่อใช้ไม้แข็งไม่สำเร็จ คีย์จึงลองใช้ไม้อ่อนดู
“เรื่องนั้นช่างมันก่อน ตอนนี้เรามามีความสุขกันก่อนดีกว่านะ”
ว่าแล้วก็ก้มลงจูบที่ลำคอขาวเนียนของอีกฝ่าย คีย์สะดุ้งกับสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้
พยายามหลบริมฝีปากที่ฉกลงมา
“ปล่อยนะ ปล่อยชั้นนนนนนน”
เริ่มดิ้นและตะโกนอีกครั้ง มินโฮจึงจัดการปิดปากอีกฝ่ายด้วยปากของเขาเอง ร่างสูงดูดริมฝีปากล่างของอีกคน
อย่างรุนแรง ค่อยๆ ใช้ฟันขบ ก่อนจะส่งลิ้นดันลึกเข้าไปในโพลงปาก มันร้อนผ่าว และช่ำชอง มือหนากอดเกี่ยว
ร่างบางเข้าหาตัว พร้อมกับดึงเสื้อเชิ้ตนักเรียนและปลดตะขอกางเกงอีกฝ่ายออก ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังของอีก
ฝ่ายลามมาถึงหน้าท้องแบนราบก่อนจะลงไปสัมผัสกับจุดอ่อนไหวของอีกคนใต้ร่มผ้า ร่างบางอยากจะกรีดร้อง
ออกมา แต่ยังเชื่อว่า คำอ้อนวอนอาจทำให้ร่างสูงหยุดบังคับตน
“นะ...นาย อย่าทำแบบนี้เลยนะ” เอ่ยปากพลางใช้แรงทั้งหมดที่มีดันบ่ากว้างให้ออกห่าง แต่ก็ไม่สามารถทำให้
ร่างสูงขยับได้เลย
“สายไปแล้วล่ะ ทำใจให้สบายแล้วนายจะชอบมัน” ไม่สนใจคำอ้อนวอนของร่างบางแม้แต่น้อย
“อ๊ะ....” มือบางรีบตะครุบมืออีกคนเอาไว้ ก่อนที่ร่างสูงจะดึงกางเกงนักเรียนและปราการด่านสุดท้ายของเขาออก
แต่ก็ไม่สามารถต้านทางแรงของอีกฝ่ายได้
มินโฮจับแก่นกายของร่างบางรูดขึ้นรูดลงอย่างๆช้า ปากก็ทำหน้าที่ซุกไซร้บริเวณลำคอขาว รุนแรงหากแต่ก็เร้า
ร้อน ดูดดุนเอาความหอมหวานตอบสนองแรงกามรมย์ ไล่เรื่อยมาถึงอกเปลือยเปล่า ไม่รอช้าที่จะลิ้มลองยอดอก
สีชมพูที่ชูชัน แผ่นอกเล็กแอ่นรับสัมผัสแปลกใหม่อย่างลืมตัว
“อือ...........อ๊ะ” ร่างบางจิกเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ปะทุขึ้นมา
ร่างสูงเคลื่อนริมฝีปากไล่จูบลงมาที่หน้าท้องเนียน ก่อนจะครอบครองจุดอ่อนไหวของอีกคนเอาไว้ พร้อมกับรูด
ขึ้นรูดลงเป็นจังหวะดูดดุนส่วนปลายเพื่อเรียกเสียงร้องที่กระตุ้นอารมณ์ของเขา คีย์ถึงกับครางออกมาอย่างห้าม
ไม่อยู่ ในที่สุดก็ปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมา มินโฮกลับกลืนลงไปอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจาก
จุดอ่อนไหวของอีกฝ่าย
แล้วลงมือจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองจนตอนนี้เขาได้เปลือยเปล่าเหมือนร่างที่อยู่ข้างใต้ ร่างสูงกดจูบที่ร้องแรง
และแนบชิดยิ่งขึ้น มือไม้เริ่มโลมเลียร่างบางอีกครั้ง ไล้ลูบสะโพกอีกฝ่ายก่อนจะวนไปบีบก้นงอนๆ แล้วลากนิ้วลง
ไปหาทางรักทางด้านหลังอีกฝ่าย ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปเป็นใบเบิกทาง
“อ๊ะ! จะ.....เจ็บ” ร่างบางร้องออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ก่อนจะจิกนิ้วลงบนไหล่แกร่งเมื่ออีกคน
พยายามชักนิ้วเข้าออก
“อย่าเกร็งซิ ช่วยฉันหน่อย” พูดจบก็ถอนนิ้วออกแล้วเปลี่ยนเป็นสอดใส่ความเป็นชายของตนลงไปแทน
“เจ็บ จะ......เจ็บ อ๊า~” ร่างบางร้องครวญครางออกมาราวกับตัวเองจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อร่างสูงเริ่มขยับ
“บอกว่าอย่าเกร็งไง ผ่อนคลาย” ใช้มือลูบสะโพกมน แล้วก้มลงจุมพิตอีกฝ่ายเพื่อหันเหความสนใจ เขานิ่งสักพัก
เพื่อให้อีกฝ่ายปรับตัวก่อนจะเริ่มขยับอีกครั้ง ร่างบางร้องครวญครางไปกับความสุขปนความวาบหวามที่อีก
ฝ่ายมอบให้ มินโฮเพิ่มความเร็วในการกระแทกเข้าไปอีกพร้อมกับจับแก่นแกนของอีกฝ่ายรูดขึ้นรูดลงไปตาม
ความเร็วที่ตนเป็นผู้ควบคุม ในที่สุดทั้งสองก็ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมา ก่อนที่ร่างสูงจะซบหน้าลงบนซอกคอ
ขาวเนียน ร่างบางหอบหายใจด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน มินโฮค่อยๆ ลุกขึ้นแต่งตัวให้ตัวเองเงียบๆ ก่อนจะ
จัดการใส่เสื้อผ้าให้อีกคนที่ดูเหมือนยังเบลอๆ ไม่หาย สักพักคีย์จึงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แล้วมองหน้าอีกฝ่าย
“สะใจนายแล้วใช่ไหม ที่ทำแบบนี้ได้น่ะ เป็นไงล่ะ ครั้งแรกกับผู้ชาย” เอ่ยเยาะอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าจะเยาะตัว
เขาเองด้วยเช่นกัน กับผู้หญิงยังไม่เคยได้เลย ต้องมาเสียให้ผู้ชายแบบนายนี่ซะก่อน น่าสมเพชสิ้นดี คิมคิบอม
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พาลจะไหลเสียให้ได้ ไม่ได้! เราจะมาแสดงความอ่อนแอให้นายนี่เห็นไม่ได้ กล้ำกลืน
ฝืนทนเก็บน้ำตาเอาไว้
“ก็ดี ตื่นเต้นดี รู้สึกดีกว่าทำกับผู้หญิงบางคนเสียอีก” เอ่ยตอบอีกฝ่ายอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หมดหน้าที่ฉันแล้ว งั้นกลับล่ะนะ” เอ่ยลาอีกฝ่าย ก่อนจะยันตัวยืนขึ้น แต่เรี่ยวแรงไม่รู้ว่าหายไปไหนหมด ทำให้
ร่างบางต้องทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนจะกลั้นใจลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิม
มินโฮที่ยืนดูอีกฝ่ายพยายามจะยืนขึ้นอีกนานก็ไม่ได้สักที จึงเดินมาช้อนตัวร่างบางขึ้น
“อ๊ะ!” รีบกอดคอร่างสูงเอาไว้เพราะกลัวตก
“อย่าคิดว่าฉันสงสารหรือพิศวาสนาย แต่เห็นแล้วรำคาญลูกตา” ว่าแล้วก็พาร่างบางออกไป พาร่างอีกคนมาที่
รถที่จอดห่างออกไปจากรั่วโรงเรียนประมาณห้าสิบเมตรก่อนจะวางร่างบางลงบนเบาะนุ่ม
“นายขับรถมาโรงเรียนด้วยเหรอ” ถามออกมาอย่างงงๆ
“ทำไม จะเอาไปเขียนรายงาน ผอ หรือไง”
“....”
“เงียบทำไมล่ะ”
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ!”
“เหรอ” ทำหน้ากวนๆ ใส่อีกฝ่ายก่อนจะขับออกไป
“บ้านนายไปทางไหน” ถามขณะรถจอดติดไฟแดง
“เลยแยกหน้านี้แล้วเลี้ยวซ้าย ซอยที่สามทางขวามือ จอดหน้าอาพาร์ตเม้น ตึกสีฟ้า” อธิบายให้อีกฝ่ายเสร็จ
ก่อนจะหันหน้าออกนอกหน้าต่างและผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
มินโฮขับไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก ก่อนจะจอดลงหน้าอพาร์ตเม้นตึกสีฟ้าตามที่เจ้าตัว เป็นคนบอก จะหันมา
เรียกอีกฝ่าย แต่พบว่าร่างบางได้หลับไปเรียบร้อยแล้ว จึงคว้าเอากระเป๋าเป้สีเหลืองสดของอีกคนมาเปิดดู ก็พบ
กุญแจห้องกับคีย์การ์ดที่ติดเบอร์ห้องไว้เสร็จสับ ร่างสูงจึงขับรถไปจอดยังช่องจอด จากนั้นเดินอ้อมมาอุ้มอีกคน
ที่ไม่ได้สติเพื่อพาไปส่งยังที่หมาย
ใช้คีย์การ์ดรูดที่ช่องประตูจากนั้นจึงไขกุญแจอีกชั้นเข้าไป โยนกระเป๋าและกุญแจห้องไว้ที่โต๊ะหน้าทีวี ก่อนจะ
เดินไปเปิดห้องเล็กๆ อีกห้องเพื่อพาอีกฝ่ายไปนอน จัดการห่มผ้าให้ร่างบางเสร็จสับ ก่อนจะออกไปจากห้องโดย
ที่ไม่ลืมล๊อกประตู
รุ่งเช้า
ร่างบางตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดร้าวไปทั่วร่างกาย ค่อยๆยังตัวลุกอย่างยากลำบาก การเยื่องย่างแต่ละที
สร้างความเจ็บปวดให้เขามากมายนัก กว่าจะพาตัวเองมาถึงห้องน้ำได้ก็ใช้เวลาไปพอสมควร ก้มมองตัวเองที่ยัง
คงสวมชุดนักเรียนของเมื่อวานเอาไว้ ค่อยๆ ถอดชุดออกช้าๆ ในที่สุดก็สามารถถอดทุกชิ้นจนสำเร็จ ยืนมองตน
เองหน้ากระจก พบว่าบนร่างกายขาวผ่องนี้เต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบมากมายที่ร่างสูงได้ฝากไว้ ทำให้คีย์อดคิด
ถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดกับตนเมื่อวานไม่ได้ น้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลออกมาแล้วก็ไหลออกมาอีกจนได้ ร่าง
บางร้องไห้สะอึกสะอื้นกับโชคชะตาอันเลวร้ายที่บังเกิดขึ้นกับตน
เช้าวันนี้มินโฮและจงฮยอนก็เป็นบุคคลมาสายอีกตามเคย ร่างสูงแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นร่างบางมาเช็คชื่อคน
มาสาย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมา เหมือนจงฮยอนจะใคร่รู้ในความคิดของผู้เป็นเพื่อนจึงเอ่ยถามออกมา
“น้องแทมินครับ พี่คีย์หน้าหวานไม่มาเหรอวันนี้”
“พี่คีย์จะมาไม่มาแล้วเกี่ยวอะไรกับนายห๊ะ! อย่าถามมาก”
ร่างเล็กไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย กลับตะคอบกลับมาอีกต่างหาก
“ก็อยากรู้”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย” ว่าแล้วก็เดินจากไป
ปมปริศนาที่แทมินทิ้งเอาไว้นั้น มินโฮได้แต่ครุ่นคิดในใจ โดนไปแบบนั้นถึงขั้นไม่มาเรียนเลยเหรอ หึ! เห็นทีต้อง
ไปดูสักหน่อยแล้ว
“จงฮยอน วันนี้กูโดดนะ” ว่าแล้วก็เดินไปกระโดดรั้วโรงเรียนออกไป
“เฮ้ย! ไอ้โฮ เดี๋ยวซิว่ะ เฮ้ย!!” จงฮยอนได้แต่ตะโกนตามหลังเพื่อนร่างสูงที่ไม่สนใจจะมองกลับมาสักนิด
หลังจากที่อาบน้ำชำระร่างกายแล้ว ร่างบางก็เดินออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านง่ายๆ
“เฮ้ย เห็นที่วันนี้ต้องเกสักวัน ไปทั้งแบบนี้ต้องเป็นที่สงสัยแน่ๆ เพราะนายคนเดียวเลย ชเวมินโฮ ทำให้ฉันต้อง
ขาดเรียน”
ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาแทมิน
“ครับ”
“แทมิน วันนี้พี่ลาวันหนึ่งนะ ฝากบอกพี่อนยูด้วย”
“พี่คีย์เป็นอะไรเหรอฮะ” ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นอะไรหรอก รู้สึกมึนๆนิดหน่อย” จำต้องโกหกออกไป
“ทานยา แล้วพักผ่อนนะครับ ผมจะบอกพี่อนยูให้”
“จ้า ขอบคุณนะ” แล้วจึงตัดสายอีกฝ่ายไป
จากนั้นค่อยๆเดินออกไปที่มุมห้องครัวขนาดเล็ก เปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรรองท้อง หยิบขนมปังกับนมกล่องออกมา
จัดการยัดขนมปังใส่ในไมโครเวฟ กำลังจะเจาะกล่อมนม เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ใครมานะ” ค่อยๆสาวเท้าเดินไปที่หน้าประตู แม้ว่าระยะทางจะไม่ไกลสักเท่าไหร่แต่คีย์กลับคิดว่ามันไกลมาก
เมื่อต้องเดินในสภาพนี้
เสียงกริ่งที่ดังรัวๆ ทำให้รู้ว่าคนกดเริ่มอารมณ์ไม่ปกติแล้ว
“รู้แล้วๆ กำลังไปเนี้ย เดินเร็วกว่านี้ไม่ได้”
เมื่อเปิดประตูออกก็พบกับคนที่ไม่อยากพบมากที่สุดในตอนนี้ ‘ชเวมินโฮ’
ร่างบางรีบดันประตูปิดแต่ช้ากว่ามือหนาที่ยันประตูเอาไว้แล้วแทรกกายเข้ามา
“นายรู้จักห้องฉันได้ไง”
“เมื่อคืนฉันมาส่งนาย”
“นายมาทำไม” จ้องหน้าถามอีกฝ่าย
“ดูจากสภาพนายแล้ว ย่ำแย่น่าดูนะ” เอ่ยขึ้นลอยๆ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาสีหวาน
“ไม่มีธุระอะไรก็ออกไป” ชี้ไปที่ประตู
“ฉันเอานี้มาให้นาย” ล้วงมือไปหยิบยาทาเฉพาะที่ออกมาให้อีกฝ่าย
“อะไร” หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะปาใส่หน้าร่างสูง
“ฉันไม่ต้องการ!”
“นาย! อย่าเล่นตัว ทาไปเถอะน่า อ่อ อย่าคิดว่าที่ซื้อมาให้เนี้ยเพราะเห็นใจนะ ที่ซื้อมาเนี้ยเพราะว่านายจะได้หาย
ไวๆแล้วมาต่อกันอีก ฉันก็ไม่ใช่คนใจร้ายที่จะมีอะไรกับนายตอนไม่สบายหรอกนะ” เอ่ยยิ้มๆ พลางจ้องมอง
ปฏิกิริยาอีกฝ่าย
คีย์กำมือแน่น จิกเล็บลงบนฝ่ามือตนเอง เนื้อตัวสั่นเท้าด้วยความโกรธ
“มันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว! แค่ครั้งเดียวฉันก็ขยักแขยงเต็มทน!!”
“เหรอ แน่ใจนะว่าขยักแขยง แต่ทำไมครางซะดังลั่นเลยล่ะ ฮ่าๆ”
“นาย!” ง้างหมัดเตรียมต่อยหน้าคนปากดี
“จะต่อยฉันเหรอ นายกล้าต่อยสามีตนเองได้ไงเนี้ย”
คีย์ปรี๊ดแตกตั้งแต่ได้ยินคำว่าสามีจากปากร่างสูงแล้ว รัวหมัดใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งแม้ว่าร่างกายจะไม่ปกติก็ตาม ตอนนี้
เลือดเข้าตาแล้ว ไม่สนอะไรทั้งสิ้น มินโฮที่โดนร่างบางต่อยก็จุกไปเหมือนกันใช้มือป้องหมัดเล็กๆนั้น ก่อนจะ
อาศัยจังหวะจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้
“ซ่าจริงนะนายเนี้ย” เมื่อจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้ได้จึงบิดเอาไขว้หลังไว้
“ปล่อยนะ!!” ดิ้นออกจากอีกฝ่าย
“ฉันจะปล่อยนายก็ต่อเมื่อนายสัญญาว่าจะทายานี้” ชูยาทาที่ซื้อมาให้ร่างบางดู
“ไม่!!”
“ถ้านายไม่ยอมทา งั้นฉันจะเป็นคนทาให้เอง” ว่าแล้วก็หาเชือกมามัดแขนร่างบางเอาไว้ แล้วจับอีกฝ่ายคว่ำหน้า
ลง คีย์ยังคงดิ้นไม่ยอมให้อีกฝ่ายจับเนื้อต้องตัว
“ถ้านายยังไม่หยุดดิ้น ฉันจะรื้อฟื้นความหลังระหว่างเรานะ” กระซิบที่ข้างหู คีย์จำต้องหยุดดิ้นในที่สุด มินโฮจับ
ขาอีกฝ่ายพาดกับขาตนเองก่อนจะดึงกางเกงอีกฝ่ายลงตามด้วยชั้นในสีขาว จากนั้นใช้มือแตะครีมที่หลอดแล้ว
ค่อยๆทาลงบนช่องทางรักที่เขาใช้หาความสุขจากร่างบางเมื่อวาน คีย์เผลอร้องออกมาเมื่อร่างสูงกดเน้นบริเวณ
นั้น
“อ๊ะ....อ่า”
“อย่าทำเสียงแบบนี้ได้ไหม” ขู่ออกมา ขณะทายา
“ก็มัน.....อื้ม......เจ็บ.....อ๊ะ......หนิ”
“เสร็จแล้ว” ใส่ชั้นในและกางเกงให้อีกฝ่าย ก่อนจะแก้มัดเชือกที่มัดมืออีกฝ่ายเอาไว้
คีย์ค่อยๆพลิกตัวแล้วลุกขึ้นนั่งข้างๆร่างสูง
“ทาเสร็จแล้วก็กลับไปซิ” ไล่อีกฝ่าย
“ยัง นายทำลูกฉันตื่น”
“ห๊ะ! นายนี่มันลามกจริงๆ”
“ก็ใครให้ทำเสียงแบบนั้นเล่า”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ!”
“นายทำมันตื่น นายต้องรับผิดชอบ”
“ไม่!”
“เลือกเอา! นายจะเป็นคนทำให้ฉันหรือจะให้ฉันทำกับนาย แต่อย่างหลังมันอาจจะเจ็บหน่อยนะ เพราะนายเพิ่ง
ถูกกระทำมา” เอ่ยอย่างเป็นต่อ
“นายชเวมินหื่นเอ้ย!!”
“ว่าไง ฉันอุตสาให้นายเลือกนะ เร็วๆ ก่อนที่ความอดทนฉันจะหมด” เอื้อมมือไปจับแขนอีกฝ่ายแบบขู่ๆ
“ฮึย! ต้องทำยังไงเล่า”
“ทำแบบที่ฉันทำให้นายเมื่อวานไง”
“อี้! ไม่เอาหรอก นายก็ช่วยตัวเองไปซิ ไม่เห็นอยาก”
“ไม่! จะนับหนึ่งถึงสาม ถ้านายยังไม่ยอมทำ ฉันจะเป็นคนทำเอง หนึ่ง!”
คีย์ยังลังเลอยู่
“สอง!” ยังคงนิ่ง
“สะ”
“โอเคๆ ฉันยอมทำแล้ว” ร่างสูงยกยิ้มอย่างพอใจ
ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเท้ามาปลดตะขอกางเกงของอีกฝ่ายออก ก่อนจะดึงลง เหลือบมองหน้าร่างสูงที่หนึ่งก่อนจะ
ตัดสินใจดึงชั้นในอีกฝ่ายออก เผยให้เห็นความใหญ่โตมโหฬารที่คีย์เพิ่งค้นพบและแอบแปลกใจว่ามันสามารถ
เข้ามาอยู่ในตัวเขาได้อย่างไร มือเรียวเอื้อมไปกอบกุมรอบสัดส่วนแข็งขึงนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะทรุดตัวลง
นั่งคุกเข่าตรงหน้าร่างสูง ค่อยๆ ประคองเนื้อร้อนเข้าใกล้ใบหน้าของตน แม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็จำ
ต้องอมแก่นกายใหญ่โตนั้นเอาไว้อย่างเสียไม่ได้ ลิ้นอุ่นไล้เลียไปตามความยาวของแกนกายสลับกับดูดดุนอย่าง
ไม่ประสีประสา ใช้สองมือช่วยขยับปรนเปรอให้ส่วนนี้หมดฤทธิ์ไวๆ ท่ามกลางเสียงครางต่ำด้วยความพึงพอใจ
ของอีกคน
“อ้า......อย่างนั้นแหละ.......อื้ม”
มินโฮเลื่อนมือมาวางบนศีรษะของคนตัวบาง ประคองท้ายทอยอีกฝ่ายให้ขยับเข้าออกตามจังหวะที่ตนต้องการ
ใช้มืออีกข้างลูบไล้สีข้างของคนที่กำลังปรนเปรอความสุขให้เขา จนในที่สุดน้ำรักสีขาวขุ่นก็ออกมาเต็มปากร่าง
บาง คีย์จำใจฝืนกลืนมันลงไป ก่อนจะถอนริมฝีปากออก แล้ววิ่งไปบ้วนปากในห้องน้ำ มินโฮมองการกระทำของ
อีกฝ่ายที่ทำท่ารังเกียจเขาอย่างแค้นๆ ก่อนจะสวมกางเกงแล้วสาวเท้าตามอีกฝ่ายเข้าไป
“อ๊ะ!” สะดุ้งกับสัมผัสที่แขนเพราะถูกอีกฝ่ายบีบคล้ายจะให้แหลกคามือ
“ทำไม! ให้ทำแค่นี้ถึงกับอาเจียนเลยเหรอ”
“ปล่อย!”
“หึ! รักษาตัวให้ดีนะจ๊ะ เราค่อยมาต่อกันใหม่” กระซิบที่ข้างหู แล้วฉวยโอกาสหอมแก้มนิ่มๆนั้น ก่อนจะปล่อยอีก
ฝ่ายเป็นอิสระ แล้วเดินออกจากห้องไป
คีย์ได้แต่มองตามไปด้วยความคับแค้นใจ
วันต่อมา
ร่างบางสามารถมาเรียนได้ตามปกติแล้ว แต่อาจจะยังรู้สึกขัดๆบ้างนิดหน่อยหากต้องออกแรงวิ่งไวๆ
“หวัดดีฮะ หายแล้วเหรอ” แทมินที่นั่งคีย์ข้อมูลลงเครื่องคอมพ์ เอ่ยทัก
“อืม” ตอบรุ่นน้องก่อนจะนั่งลงข้างๆ
“พี่คีย์ไม่อยู่งาน ผมถูกพี่อนยูใช้เยี่ยงทาสเลยฮะ”
“ให้มันน้อยๆหน่อย พี่ทันไปใช้อะไรนายแบบนั้นตอนไหน”
อนยูเถียงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินร่างเล็กเอ่ยพาดพิงถึงตน
“ก็ที่ทำอยู่นี้ไงฮะ รู้ไหมว่ามันเหนื่อย” ทำหน้ายู่ใส่อีกฝ่าย
“ฮ่าๆ แทมินก็ ไปว่าพี่อนยู”
“ใช่ นายเป็นเลขาฯก็ต้องทำตามที่ประธานสั่งซิ ฉะนั้น อย่าบ่น”
“คร้าบคุณประธาน!”
หลังจากที่ฟังคุณประธานนักเรียนและเลขาร่างเล็กเถียงกันแล้ว คีย์จึงเดินออกมาเพื่อไปเช็คชื่อคนมาสายเช่นที่
ทำอยู่ทุกวัน ขณะเดินไปตามทางระเบียงที่ไม่ค่อยจะมีคนเนื่องจากว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้ลงไปเข้าแถวหน้าเสา
ธงกันหมดแล้วก็เหลือบไปเห็นร่างสองร่างกำลังยืนจูบกันอย่างดูดดื่มตรงริมสุดของระเบียงทางเดิน
ให้ตายซิ ทำไมนักเรียนอย่างเขาต้องมาเห็นอะไรแบบนี้บ่อยๆ ด้วยนะ ก็ไม่ใช่คนเกเรอะไร แถมผลการเรียนก็อยู่
ในขั้นเกือบดีเยี่ยมด้วยซ้ำ แต่ทำไมฟ้าดินถึงกลั้นแกล้งให้เขาต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย ไม่อยากเห็นเลยสักนิด
จึงทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านเลยไป แต่คนที่กำลังจูบอย่างดูดดื่มกลับเห็นเขาเข้าซะนี้ จึงผลักอีก
ฝ่ายออกแล้วโบกมือไล่ สาวเจ้าได้แต่งุนงงกับท่าทางที่แปลกไปของร่างสูงแต่ก็ยอมเดินจากไปแต่โดยดี
“จะรีบไปไหนล่ะ” มินโฮคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้
“นายอีกแล้วเหรอ! ทำไมฉันซวยอะไรแบบนี้นะ” บ่นออกมาอย่างอารมณ์เสีย
“สงสัยดวงสมพงศ์กันล่ะมั้ง”
“อยากสมพงศ์กับนายตายล่ะ! ทำไมไม่ไปเข้าแถว”
“ขี้เกียจ มีไรไหม” ตอบอย่างกวนๆ
“งั้นฉันคงต้องเขียนชื่อนายส่งห้องปกครองนะ” ว่าแล้วก็จรดปากกาเขียนชื่ออีกฝ่ายลงบนกระดาษ แต่ยังไม่ทัน
จะเขียนเสร็จกลับถูกร่างสูงดึงกระดาษออกไปเสียก่อน
“นาย! เอาคืนมา” เอื้อมมือคว้ากระดาษที่อีกฝ่ายแย่งไป
“ให้ก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“อะไรอีกล่ะ”
“ยังไม่บอก เย็นนี้เจอกันที่เดิมนะ ที่ที่เรามีความสุขกันไง ฮ่าๆ”
“ไอ้เลว! ทำไมฉันต้องไปด้วย ไม่เอาก็ได้กระดาษนั่นนะ ชิ!! ”
“แน่ใจ แล้วถ้าเป็นอันนี้ล่ะ” ชูโทรศัพท์สีหวานของอีกคนขึ้นมา
“แก! เอาไปตอนไหนกัน” รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงตนเองเพื่อหาโทรศัพท์
“ฮ่าๆ ถือว่านี้เป็นตัวประกันนะ จะไม่มาก็ได้ แล้วแต่นาย” ยกยิ้มกวนๆอีกฝ่ายก่อนจะเดินจากไป
ใจจริงคีย์ก็ไม่ได้เสียดายโทรศัพท์เครื่องนั้นมากมายนักหรอก แต่เสียดายเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนและคนอื่นๆที่
อยู่ในนั้นต่างหาก ‘หึ! ไปก็ได้ อย่างรู้เหมือนกันว่านายจะมีแผนอะไรอีก’ คิดในใจขณะมองตามร่างสูงไป
ด้านมินโฮ หลังจากที่ยึดเอาโทรศัพท์อีกคนมาเป็นตัวประกันสำเร็จแล้วจึงเดินกลับมายังห้องเรียน นั่งลงข้างๆ
เพื่อนร่างหนา แล้วหยิบโทรศัพท์ของอีกฝ่ายขึ้นมาดู
“ของใครว่ะ เก็บได้เหรอมึง” จงฮยอนถามออกมา เพราะแน่ใจว่าเครื่องมือสื่อสารสีหวานแหววนี้ไม่ใช่ของมินโฮ
แน่ๆ
“เปล่า ของคิบอม ฉกมา” เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
“จริงเหรอว่ะ งั้นก็มีเบอร์น้องแทมินนะซิ มาๆ ขอเมมหน่อย” ฉกเครื่องมือสื่อสารจากมือร่างสูงไปกดหาเบอร์ของ
รุ่นน้องที่ตนหมายปอง
มินโฮได้แต่ส่ายหัวกับความรักที่ดูเลือนรางของเพื่อนอย่างปลงๆ
ตอนเย็น
คีย์ได้มาตามนัดที่ร่างสูงเอ่ยไว้ แต่กลับไม่พบบุคคลดังกล่าว
“ไอ้ชเวมินหื่น หายไปไหนเนี้ย หลอกให้ฉันมาหรือยังไงกัน” เอ่ยคนเดียวอย่างอารมณ์เสีย
ฝ่ายมินโฮที่เป็นคนนัดกำลังติดพันกับภาระเนื่องจากอาจารย์ประจำวิชาคณิตศาสตร์ได้เรียกเขาไปคุยเรื่องทุน
ไปเรียนต่างประเทศ เห็นว่าเขาทำตัวเลวๆ ไม่สมกับเป็นนักเรียนแบบนี้ จริงๆ แล้วเขาก็เรียนเก่งเอาการอยู่ อยู่
สายวิทย์-คณิตด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่ชอบฟังที่อาจารย์มาบ่นหน้าห้องสักเท่าไหร่
“เธอไม่สนใจจริงๆ เหรอ ชเวมินโฮ ครูว่าเธอทำได้นะ”
“อาจารย์ไปหาคนที่เขาเหมาะสมกว่าผมจะดีกว่านะ เกิดผมไปแล้วเค้าสืบประวัติโรงเรียนจะด่างพล่อยเพราะผม
เสียเปล่าๆ”
“แต่ครู่ไม่เห็นใครนอกจากเธอเลย น่าเสียดายนะ แต่วันสุดท้ายของการส่งนี้ยังเหลืออีกตั้งเดือนหนึ่ง เธอกลับไป
คิดให้ดีๆก่อนก็ได้”
“งั้นผมไปนะ” ว่าแล้วก็เดินออกมา ก่อนจะก้มมองนาฬิกา ‘หึ! ป่านนี้โวยวายใหญ่แล้วมั้ง คิมคิบอม’ คิดในใจ ขณะ
เร่งความเร็วในการเดินมากยิ่งขึ้น
“ฉันจะรอนายอีกห้านาทีนะ ถ้าไม่มาจะไปแล้ว”
ก้มมองนาฬิกาที่เดินไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็ครบห้านาทีตามที่ร่างบางพูดไว้ จึงเดินออกจากห้อง เป็นจังหวะ
เดียวกับที่มินโฮเดินมาถึงประตูพอดี ทั้งสองมองสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุด คีย์จึงเอ่ยทำลาย
ความเงียบ
“นายมาช้า”
“ก็ไม่ได้ให้รอนิ”
“ถ้าฉันไม่ห่วงเบอร์โทรศัพท์ในเครื่อง ฉันจะไม่สนเลยสักนิด”
“อ่อ”
“มีอะไรก็ว่ามา” จ้องหน้าอีกฝ่าย
“เอ จะให้ทำอะไรดีล่ะ” ว่าแล้วก็เดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย ใช้สายตามองแบบเจ้าเล่ห์นิดๆ ทำให้คีย์ต้องถอยหลังจน
ชนเข้ากับผนังห้อง
“อย่ามาตุกติกนะ จะให้ทำอะไรก็รีบๆ พูดมา” ขณะนั้นเองโทรศัพท์ของคีย์ก็ดังขึ้น
มินโฮกระตุกยิ้มนิดๆก่อนจะกดรับ
“สวัสดี”
“นายเป็นใคร มารับโทรศัพท์ของพี่คีย์ได้ยังไง”
เป็นแทมินนั่งเองที่โทรมา เพราะหาข้อมูลในไฟล์ที่คอมพิวเตอร์ไม่เจอ
“เป็นคนสำคัญของคีย์ไงล่ะ” กรอกเสียงลงไปอย่างไม่ลังเล คีย์รีบเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ไว้ แต่ช้ากว่าอีกคนที่
เบี่ยงตัวหนีหลบไปเสียก่อน แถมยังล๊อกตัวเขาเอาไว้ด้วยแขนแข็งแรงนั้นอีก
“ปล่อยนะ!”
“อย่าดิ้นน่า อยากให้คนอื่นเขารู้ถึงความสัมพันธ์ของเราหรือไง” ยกโทรศัพท์ออกห่าง ก่อนจะก้มลงมากระซิบ
ใกล้ๆร่างบาง แล้วกดริมฝีปากที่แก้มนั้นแรงๆ คีย์จึงได้แต่สะบัดหน้าหนีสัมผัสแต่ว่าก็ไม่สามรถพ้นอยู่ดี
“คนสำคัญของพี่คีย์ หมายความว่ายังไง นายคือแฟนพี่คีย์เหรอ”
“มากกว่าแฟะ....” ร่างบางที่สามารถหลุดออกจากอ้อมกอดอีกฝ่ายรีบแย่งโทรศัพท์ของตนกลับมา ก่อนที่ร่างสูง
จะพูดจบประโยค
“แทมิน อย่าไปฟังหมอนั่นนะ ตอนนี้นายอยู่ไหน ยังไม่กลับเหรอ มันค่ำแล้วนะ”
“ยังฮะ หาข้อมูลไม่เจอเลยโทรมาถามพี่ ฮ่า ตอนนี้เจอแล้วฮะ โอเคครับ งั้นแค่นี้นะฮะ หวัดดีฮะ”
หลังจากวางโทรศัพท์จากร่างเล็กแล้ว คีย์จึงเก็บเครื่องมือสื่อสารดังกล่าวลงกระเป๋ากางเกงของตน ก่อนจะหัน
มายิ้มร่าให้อีกฝ่าย
“ตอนนี้ฉันได้โทรศัพท์คืนมาแล้ว งั้นก็บ๊ายบายนะ” ยกมือโบกลาอีกฝ่ายแล้วหมุนตัวเดินไปยังประตู แต่ก็ต้อง
ชะงักฝีเท้าหลังจากได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดขึ้น
“คนที่โทรหาเมื่อกี้คือ อีแทมินใช่ไหม” ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนร่างหนา
“ไอ้จง ตอนนี้น้องแทมินของมึงยังอยู่ที่ห้องกรรมการนักเรียนนะโว้ย จะทำอะไรก็รีบทำซะ” แล้วกดวางหูไป
“แก! จะใช้แทมินเป็นเครื่องต่อรองกับฉันงั้นเหรอ” หันมาจ้องหน้าอีกฝ่าย
“เปล่า ก็ไอ้จงมันชอบของมันนิ ก็ต้องช่วยเพื่อนนิดหนึ่ง”
“ฉันจะไปหาแทมิน” ว่าแล้วก็หันหลังวิ่งออกประตูไป
ร่างสูงมองตามอีกคนที่รีบวิ่งออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนซี้อีกครั้ง
“ไอ้จง มึงทำยังไงก็ได้ให้คิบอมหาแทมินไม่เจอ”
“น้องแทมินของมึงน่ะ รีบๆหน่อยนะโว้ย ถ้าคิบอมเจอแทมิน มึงอาจจะไม่มีโอกาสเข้าใกล้น้องนั่นอีกก็ได้นะ”
จากนั้นจึงกดวางโทรศัพท์
“อัลโหล เฮ้ย! เดี๋ยว! ไอ้โฮ อะไรของมันว่ะ พูดๆ แล้วก็วาง เอ๊ะ! น้องแทมินงั้นเหรอ ฮ่า” คิดได้แล้วก็หมุนตัววิ่ง
กลับไปในโรงเรียนอีกครั้ง
คีย์ที่ตอนนี้กำลังวิ่งมาหาแทมินที่ห้องคณะกรรมการอย่างรีบเร่ง
“แทมิน ขอให้นายรีบกลับไวๆนะ ก่อนที่พวกนั้นจะเจอ” เอ่ยขึ้นมาขณะวิ่ง
จงฮยอนที่ย้อนกลับมาตามที่มินโฮบอก เจอเข้ากับร่างเล็กตอนที่จะปิดประตูห้องพอดี
“นาย มีอะไร” ถามออกไปอย่างงงๆ
จงฮยอนกำลังจะตอบอีกฝ่ายแต่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งมา จึงรีบยกมือปิดปากอีกฝ่ายไว้ แล้วลากเข้าไปในห้อง
คณะกรรมการนักเรียน จัดการล๊อกประตู ทำเหมือนว่าไม่มีคนอยู่ในห้อง
“อื้อ อ่อยอะ” แทมินโวยวายทันทีที่ถูกอีกฝ่ายปิดปาก แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงอีกคนได้
คีย์ที่วิ่งมายืนหอบอยู่หน้าห้อง แอบโล่งใจเพราะคิดว่าแทมินได้กลับบ้านไปแล้ว จึงยิ้มออกมา ก่อนจะรู้สึกถึง
อาการที่ไม่ปกติของตนเอง ร่างบางรู้สึกแข้งขาเริ่มออกแรง ปวดร้าวบริเวณกระดูกเชิงกรานลงไปยังต้นขา
“โอ๊ย! ไม่น่าวิ่งมาเลย ยังไม่ค่อยหายดีด้วย” บ่นพึมพำ ขณะที่เกาะราวเดินลงบันไดมา รู้สึกทรมานตอนย้ำเท้าลง
‘อดทนเอาหน่อยนะคีย์ อีกนิดเดียวก็ถึงด้านล่างแล้ว’ พูดปลอบตัวเองตลอดทางการเดิน เมื่อเดินลงมาถึงชั้น
ล่างก็มองเห็นบุคคลที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ยืนพิงกำแพงหันหน้ามามองเขาคล้ายจะเยาะเย้ยนิดๆ
“เป็นไง เจอใครไหม วิ่งมาไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะ นายเนี้ย”
“หุบปากเน่าๆ ของนายไปเลย ไอ้ชเวหื่น!”
“คำก็หื่น สองคำก็หื่น ชอบให้ฉันทำกับนายแบบนั้นใช่ไหม” เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย จนคีย์ต้องถอยหลังขึ้นบันได
โดยลืมไปว่าร่างกายตนเองไม่ปกตินัก เมื่อปล่อยมือออกจากราวบันได ทำให้ร่างบางเซจะหงายหลัง มินโฮรีบ
ตวัดแขนคว้าเอวอีกฝ่ายแล้วดึงเอามาแนบอกก่อนที่ร่างบางจะล้มหัวกระแทกขั้นบันได อารามตกใจกลัวคีย์
รีบกอดอีกฝ่ายไว้แน่น จนคนถูกกอดต้องแอบยิ้มนิดๆ กับท่าทางตกใจของอีกคน
ด้านจงฮยอนที่ปิดปากร่างเล็กเอาไว้ เมื่อเห็นว่าคนที่หน้าประตูได้เดินจากไปแล้วจึงปล่อยอีกฝ่ายเป็นอิสระ
แทมินรีบลุกหนีอีกฝ่ายไปยืนอีกด้านแทน
“นายมาจับฉันไว้ทำไม” มองอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ
“โถ่ น้องแทมิน อย่ามองพี่แบบนั้นซิ พี่ไม่ทำอะไรหรอก”
“ฉันไม่เชื่อ เมื่อกี้นายยังจับฉันไว้เลย” วิ่งไปที่ประตู แต่จงฮยอนมาขวางเอาไว้ก่อน
“พี่จะไม่ทำอะไรแทมินนะ ถ้าสัญญาว่าจะพูดกับพี่ดีๆ”
“นายเป็นใคร ทำไมฉันต้องสัญญาอะไรนี่ด้วย”
“พี่ก็เป็นคนที่ชอบน้องแทมินไง”
“ชอบฉัน เชื่อตายล่ะ นายท่าจะบ้านะ” ชี้ที่ตัวเอง ก่อนจะทำหน้าไม่เชื่อ
“พี่ชอบแทมินจริงๆนะ”
“ไม่เชื่อ! หลีกไป”
“ให้พี่ไปส่งที่บ้านนะ มันมืดแล้ว พี่เป็นห่วง”
คำว่าเป็นห่วงของจงฮยอนทำให้แทมินผ่อนคลายความหวาดกลัวที่มีต่อร่างหนาลงเล็กน้อย
“ก็ไปซิ” สิ้นเสียงอีกฝ่าย จงฮยอนจึงเปิดประตูออกไปด้วยความเบิกบาน
ระหว่างการเดินมาที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนไม่มีเสียงใดๆจากคนทั้งสอง แทมินแอบระแวงร่างข้างๆนิดๆว่าจะทำ
อะไรตนอีกหรือเปล่า ส่วนจงฮยอนก็แอบลอบมองใบหน้าหวานๆของคนที่แอบชอบอยู่เงียบๆ
“ถึงป้ายแล้ว ขอบใจ นายก็กลับไปได้แล้ว”
“พี่จะรอส่งแทมินขึ้นรถเมล์ก่อน”
“ไม่ต้องหรอก”
“ไม่เป็นไร พี่เต็มใจ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สนใจในคำปฏิเสธ แทมินจึงนิ่งเสีย ผ่านไปสักครู่รถเมล์ก็มา
“กลับบ้านดีๆ นะครับ บ๊ายบาย” จงฮยอนยกมือบ๊ายบายร่างเล็ก
แทมินเพียงพยักหน้าแบบขอไปที ก่อนจะก้าวขึ้นรถเมล์ไป ทิ้งให้จงฮยอนมองตามอย่างมีความสุข
ด้านคีย์ที่รู้สึกตัวว่ากำลังกอดอีกฝ่ายเอาไว้ รีบเด้งตัวหนีทันที มินโฮจึงแกล้งปล่อยอีกฝ่าย ที่ยังยืนไม่ค่อยถนัด ทำให้ล้มก้นกระแทกขั้นบันไดอย่างแรง
“โอ๊ย!!” เนื่องจากเจ็บระบมที่ส่วนนั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอถูกกระแทกแบบนี้อีก ร่างบางถึงกับเจ็บจนน้ำตาซึมออกมา
“โง่จริงๆ นายเนี้ย! ก็รู้ว่ายืนยังไม่ค่อยได้ ยังจะสะดีดสะดิ้งอีก” ไม่ช่วยแถมยังทับถมร่างบางอีกต่างหาก
“เพราะใครล่ะ!!” เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น น้ำตาที่คลออยู่ไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างบางรีบเช็ดมันออกอย่างลวกๆ แต่ก็ไม่หมดสักที
“โถ๋ๆ เจ็บมากจนน้ำตาแตกเลยเหรอ สมน้ำหน้า!” ก้มลงมาพูดใส่หน้าอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“แก!!!” คีย์ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรที่มันเข้ากับคนอย่างมินโฮ จึงสงบปากสงบคำแล้วค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้น โดยเกาะกับผนัง ค่อยๆ ก้าวเดินลงบันไดทีละขั้นอย่างช้าๆ ในที่สุดก็ถึงด้านล่างโดยปลอดภัย ร่างบางเดินเซๆ ไปตามทางเดินที่มุ่งสู่ประตูโรงเรียน โดยมีร่างสูงเดินตามและแอบหัวเราะเยาะเป็นระยะๆ คีย์หันกลับไปทำตาขวางใส่อีกฝ่าย ก่อนจะต่อไป ร่างบางเดินจนถึงหน้าประตูโรงเรียน จึงถูกร่างสูงดึงแขนไว้
คีย์หันหน้าไปมองโดยใช้สายตาถามว่ามีอะไร
“รถฉันอยู่ทางโน้น เดี๋ยวจะว่าได้ว่าฉันไม่มีน้ำใจกับคนคุ้นเคย” จงใจเน้นคำว่าคุ้นเคยกับอีกฝ่าย
“ไม่จำเป็น! แค่นี้ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก” สะบัดแขนออกจากการถูกเกาะกุม
“อย่ามาเล่นตัว ไปขึ้นรถ” มินโฮเริ่มจะหมดความอดทนกับร่างตรงหน้า
“ไม่! ดูปากฉันนะ ไม่-ไป!!” ชี้ที่ปากตัวเอง ก่อนจะเน้นคำ
“จะนับหนึ่งถึงสามนะ แล้วอย่ามาหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”
“หนึ่ง”
คีย์ไม่สนใจอีกฝ่าย ค่อยๆ เดินไปที่ป้ายรถเมล์
“สอง”
ยังคงเดินต่อไป
“สาม!”
“ปล่อย!” ร่างบางโวยวาทันทีที่ถูกอีกฝ่ายแบกขึ้นบ่าแล้วเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่
มินโฮโยนอีกฝ่ายลงบนเบาะหน้ารถอย่างไม่ใยดี ทำให้คีย์ต้องร้องออกมาอีกรอบ
“โอ๊ย!! มันเจ็บนะ” มองอีกฝ่ายอย่างเคืองๆ
“โทษฐานที่ไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก” จากนั้นก็ปิดประตูโครมใส่อีกฝ่าย ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งแล้วขับรถออกไป
ขณะที่นั่งในรถ คีย์รู้สึกปวดร้าวระบมไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนนั้น แต่ก็ฝืนไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ หันหน้าออกนอกหน้าต่างแล้วหลับตาลงคล้ายไม่อยากรับรู้อะไรอีก มินโฮหันมามองร่างบาง ขณะรถจอดติดไฟแดง คราบน้ำตายังคงติดที่แก้มนิ่มนั้น ทำให้ร่างสูงรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ ที่ไปแกล้งอีกฝ่ายแรงๆ ร่างสูงขับรถมาจอดใต้อพาทเมนต์ที่ร่างบางพักอาศัย ก่อนจะเปิดประตูไปอุ้มอีกฝ่าย แต่คีย์รู้สึกตัวเสียก่อน
“จะทำอะไร”
“จะอุ้มไปส่ง”
“ไม่ต้อง! หลีกไป!!”
“ทำไมนายดื้อด้านแบบนี้นะ ก็รู้อยู่ว่าตัวเองเป็นยังไง”
“นายต่างหากที่ดื้อด้าน เลิกยุ่งกับฉันซะที!!”
“เห็นที่จะไม่ได้นะ เพราะฉันยังสนุกอยู่” ว่าแล้วก็ช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นโดยไม่สนใจว่าจะถูกทุกถูกตี คีย์ดิ้นตลอดทางที่มินโฮอุ้มไป เมื่อถึงหน้าห้องมินโฮจึงหมดความอดทนลง โยนร่างบางลงกับพื้น
“โอ๊ย!! นายทำฉันเจ็บอีกแล้วนะ!!”
“ดิ้นเอง ช่วยไม่ได้” จากนั้นจึงล้วงเอากุญแจกับคีย์การ์ดจากกระเป๋าของร่างบางไขเข้าห้อง คีย์มองตามคนที่ถือวิสาสะเดินเข้าห้องเขาไปอย่างเคียดแค้น ก่อนจะค่อยๆ ลุกเดินตามเข้าไป
“นายกลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน” ไล่อีกฝ่ายทันที
“ฉันยังเหนื่อยกับการขับรถอยู่” ตอบอีกฝ่ายอีกกวนๆ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางสบายอารมณ์
“ฉัน-บอก-ว่า-ต้อง-การ-พัก-ผ่อน! หูตึงหรือไง” เน้นย้ำคำกับร่างสูง
มินโฮเหลือบมองร่างบางอย่างกวนๆ แต่ก็ไม่ใส่กับท่าทีอีกฝ่ายแม้แต่น้อย แถมยังคว้ารีโมตกดเปิดดูโทรทัศน์อย่างกับเป็นบ้านของตัวเองก็ไม่ปาน
คีย์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ‘อยากอยู่นักก็อยู่ไป’ คิดใจใน ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป
มินโฮหันไปมองแล้วยิ้มออกมาที่สามารถทำให้อีกฝ่ายเป็นทุกข์ได้
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง คีย์ทรุดลงกับพื้นร้องไห้ออกมาทันที
“ฮือๆ ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอคนแบบนายด้วย ฮือๆ” ร่างบางร้องไห้จนเหนื่อย จากนั้นจึงไปอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จคีย์รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย จึงเปิดประตูออกมาดูว่าอีกฝ่ายไปแล้วหรือยังแต่กลับพบว่ามินโฮยังคงนั่งดูโทรทัศน์อย่างสนุกสนาน
“ นายนี้มันหน้าด้าน หน้าหนาจริงๆนะ ไล่แล้วก็ยังไม่ไป” เดินไปหยิบขวดน้ำจากตู้เย็นมารินดื่ม
พร้อมกับพูดจากเหน็บแนมอีกฝ่าย
“ถือว่าเป็นคำชม” รับคำเหน็บจากอีกฝ่ายอย่างไม่รู้สึกรู้สา
คีย์ถึงกับปลงคนอย่างมินโฮไปทันที คนแบบนี้คงยากที่จะพูดให้คิดได้ วางแก้วลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเดินมานั่งข้างๆร่างสูงพร้อมกับใช้สายตาไล่จิกอีกฝ่าย
“อย่ามาทำตาแบบนั้นใส่ฉันเลย กลัวตายล่ะ”
“บ้านช่องไม่มีให้กลับหรือไง ถึงต้องมาเบียดเบียนชาวบ้านแบบนี้น่ะ”
“มีแต่ไม่อยากกลับ อยากอยู่บ้านคนคุ้นเคย” ยักคิ้วใส่อีกฝ่าย
คีย์กำมือแน่นจิกลงบนฝ่ามือตัวเองตั้งแต่ได้ยินคำว่า ‘คนคุ้นเคย’ ทันที จะตอกย้ำอะไรกันหนักกันหนา แค่นี้เขาก็รู้สึกแย่เต็มทนแล้ว
“อยากทำอะไรก็เชิญ!” ว่าแล้วก็ลุกหนีไป แต่ยังไม่ทันจะพ้นโซฟาเท่าไหร่ร่างบางก็หมดสติลงเสียก่อน มินโฮรีบลุกขึ้นรับร่างอีกฝ่ายเอาไว้
“นาย! คิบอม!! ตื่น เฮ้ย ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ว่ะ”
อุ้มอีกฝ่ายเข้ามาวางบนเตียงในห้องนอน จากนั้นจึงออกไปยกกะละมังใส่มาเข้ามา จุ่มผ้าบิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัว
ให้อีกฝ่าย แล้วจึงปลุกอีกฝ่ายให้กินยา
“นี้ๆ กินยาก่อน”
“อื้อ ไม่เอา” ร่างบางหันหน้าหนี
“แต่นายต้องกิน เดี๋ยวไม่หาย”
ร่างบางยกผ้าห่มมาคลุมร่างหนีสัมผัสจากอีกฝ่าย
“ได้ นายบังคับให้ฉันทำแบบนี้เองนะ” ว่าแล้วก็กรอกยาลดไข้เข้าปากตนเอง ตามด้วยน้ำเปล่าจากนั้นจึงยกตัว
อีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อทำการป้อนยาทางปาก ร่างบางดิ้นหนีได้เพียงครู่เดียวก็สงบลง มินโฮจึงถอนริมฝีปากออก
ก่อนจะจุ่มผ้าแล้วมิดพอหมาดวางบนหัวร่างบาง จากนั้นจึงออกจากห้องอีกฝ่ายไป
TBC.....